fbpx

เชียงใหม่ท้องฟ้าสดใส ไร้จุด Hot Spot เป็นวันแรก หลังฝนตกหนักในหลายพื้นที่

เมื่อ 27 เมษายน 63 ที่ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมคณะทำงานศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ โดยพบว่าเป็นวันแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่ มีจุด Hot Spot แม้แต่จุดเดียว เมื่อวานที่ผ่านมา  เนื่องจากได้เกิดฝนตกหนักในหลายอำเภอ โดยศูนย์อุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศ จะมีฝนตกจนถึงวันที่ 28 เมษายน 63 หลังจากนั้นระหว่างวันที่ 1-15 พฤษภาคม 63 อากาศจะกลับมาร้อนและแล้ง ดังนั้นต้องมีการบริหารจัดการเชื้อเพลิง โดยเฉพาะพื้นที่ที่กำหนดให้เผาได้เน้นหนักที่โซนใต้ของจังหวัดและโซนเหนือบางอำเภอ  ส่วนพื้นที่ที่มีฝนตก อาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์หรือไถกลบแทน โดยคาดการณ์ว่าเมื่อปรากฏการณ์เอลนิลโญ่หมดไป ปีนี้ประเทศไทยจะต้องเตรียมรับมือกับปรากฏการณ์ลานิญญ่า ซึ่งต้องเตรียมรับมือภาวะอุทกภัย  ต้องสำรวจตรวจสอบระบบเตือนภัยที่ติดตั้งไว้แล้ว 243 แห่งทั้งจังหวัด ให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากและพื้นที่เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม

ทั้งนี้จากสถานการณ์หมอกควันที่ดีขึ้นตามลำดับ ทั้งหน่วยบินของกองทัพอากาศและศูนย์ส่วนหน้าสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะปิดศูนย์ในวันที่ 30 เมษายน 63 นี้ โดยในวันที่ 15 พฤษภาคม 63 จะทำการถอดบทเรียนระดับจังหวัดเชียงใหม่  และวันที่ 19-20 พฤษภาคม จะถอดบทเรียนระดับประเทศที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเดินทางมาประชุมในวันที่ 20 พฤษภาคม และพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมารับฟังข้อสรุปถอดบทเรียนพร้อมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติในวันที่ 21 พฤษภาคม

โดยวันนี้ในช่วงบ่าย นายคมสัน สุวรรณอัมพา พร้อมด้วย พันตำรวจเอกปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจ พร้อมให้มีการนำโดรนขึ้นบินสำรวจ พื้นที่อำเภอแม่แจ่มและอำเภอสะเมิง เพื่อเก็บข้อมูลประกอบการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด สั่งการให้สถานีตำรวจภูธรแม่แจ่ม หาหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เช่นเดียวกับที่อำเภออมก๋อย และอำเภอเชียงดาว ก็ให้ขยายผลจับกุมผู้ลักลอบเผาเช่นกัน โดยแจ้งทุกสถานีตำรวจให้ประสานกับศูนย์อำเภอทุกอำเภอ เพื่อทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ตลอดปีนี้ มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้ว 1352 คดี.