fbpx

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทภ.3 สรุปผลการการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากพายุซินลากู

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 สรุปผลการการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอิทธิพลจากพายุซินลากู ในห้วงวันที่ 2 – 4 สิงหาคม2563 ทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากในภาคเหนือมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวม 8 จังหวัด 32 อำเภอ และ 82 ตำบล ในพื้นที่ภาคเหนือ

เมื่อ 7 สิงหาคม 63 พ.อ. เทอดศักดิ์ งามสนอง รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 เตรียมความพร้อมการบรรเทาสาธารณภัย ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของกำลังพล และยุทโธปกรณ์ รวมทั้งเป็นการวางแผนการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงาน เพื่อความพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามฤดูกาล และในห้วงวันที่ 2 – 4 สิงหาคม 63 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุซินลากู และได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากในภาคเหนือมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวม 8 จังหวัด 32 อำเภอ และ 82 ตำบล โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดกำลังพล และยุทโธปกรณ์ พร้อมชุดแพทย์เคลื่อนที่ ดำเนินการเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง, จัดตั้งโรงครัวสนาม, จัดกำลังพลสนับสนุนการสร้างสะพานแบริ่งชั่วคราว, การขนย้ายสิ่งของจำเป็นและประชาชนที่ไม่สามารถสัญจรเส้นทางเดิมได้ตามปกติ, กำจัดสิ่งกีดขวางบริเวณประตูน้ำคอสะพาน ไม่ให้น้ำกัดเซาะทำให้เกิดความเสียหาย, ทำความสะอาดล้างดินโคลน ที่เข้าไปในบ้านเรือนประชาชน จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชน

ทั้งนี้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 ทำการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ ทั้ง 8 จังหวัด ประกอบด้วย  จังหวัดเชียงใหม่ เกิดน้ำไหลหลากตัดเส้นทางและสะพานเสียหาย มณฑลทหารบกที่ 33 จัดกำลังพล  104 นาย พร้อมยานพาหนะ จัดรถครัวสนามทำอาหารให้กับผู้ประสบภัย (จำนวน 1,000 กล่อง), ขนย้ายสิ่งของให้กับประชาชน, สนับสนุนหน่วยงานในการซ่อมแซมถนน จำนวน 5 จุด และสะพานอีก 1 จุด ในพื้นที่ อำเภอดอยสะเก็ด และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้กับประชาชน  ส่วนที่จังหวัดเชียงราย เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล 110 นาย ช่วยทำความสะอาดล้างดินโคลนที่เข้าไปในบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ อำเภอเวียงป่าเป้า และ อำเภอแม่สรวย พร้อมชุดแพทย์เคลื่อนที่ตรวจสุขภาพให้กับประชาชน ส่วนที่จังหวัดน่าน เกิดน้ำไหลหลาก มีดินสไลด์ขวางเส้นทาง มณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพล (10 ชุดปฏิบัติการ) 96 นาย พร้อมยานพาหนะ ให้การช่วยเหลือเหตุดินสไลด์ที่ อำเภอบ่อเกลือ และ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 4 จุด ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่เปิดเส้นทางให้รถสัญจรได้ และเข้าช่วยเหลือทำความสะอาดล้างดินโคลน ที่เข้าไปในบ้านเรือนราษฎร, สนับสนุนสร้างสะพานชั่วคราว พร้อมทั้งจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ตรวจสุขภาพให้กับประชาชน และจัดรถครัวสนามทำอาหารให้กับผู้ประสบภัย จำนวน 500 กล่อง มอบถุงยังชีพ ในพื้นที่ อำเภอสันติสุข, อำเภอเวียงสา, อำเภอเมือง, อำเภอภูเพียง และ อำเภอนาหมื่น

     สำหรับที่จังหวัดลำปาง มีน้ำหลากท่วมบ้านเรือนราษฎร มณฑลทหารบกที่ 32 จัดกำลังพล  42 นาย ทำความสะอาดล้างดินโคลนที่เข้าไปในบ้านเรือนประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมชุดแพทย์เคลื่อนที่ตรวจสุขภาพ และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชน ในพื้นที่ อำเภอแจ้ห่ม, อำเภอวังเหนือ และ อำเภอเมืองปาน  ส่วนที่จังหวัดอุตรดิตถ์ มีน้ำไหลหลากตัดเส้นทางสัญจร และท่วมบ้านเรือนราษฎร มณฑลทหารบกที่ 35 จัดกำลังพล 3 ชุดปฏิบัติการ 30 นาย พร้อมยานพาหนะ เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง, ขนย้ายสิ่งของจำเป็น และประชาชนที่ไม่สามารถสัญจรเส้นทางเดิมได้ตามปกติ, กำจัดสิ่งกีดขวางบริเวณคอสะพาน ไม่ให้น้ำกัดเซาะทำให้เกิดความเสียหาย และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชน ในพื้นที่ อำเภอบ้านโคก, อำเภอฟากท่า และ อำเภอน้ำปาด  ส่วนที่จังหวัดแพร่ มีน้ำล้นตลิ่งท่วมเส้นทาง และบ้านเรือนราษฎร มณฑลทหารบกที่ 35 จัดกำลังพล 16 นาย ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมชุดแพทย์เคลื่อนที่ตรวจสุขภาพให้กับประชาชน ในพื้นที่ อำเภอเมือง

ในส่วนของจังหวัดพิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 ได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 72 ในการค้นหาผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเฮี้ย อำเภอนครไทย จนกระทั่งพบศพในเวลาต่อมา และที่จังหวัดพะเยา มีน้ำล้นตลิ่งท่วมเส้นทางบ้านเรือนราษฎรบางพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้ มณฑลทหารบกที่ 33 จัดเตรียมกำลังพล และยุทโธปกรณ์ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง กรณีที่มวลน้ำจากที่อื่นไหลมาสมทบในพื้นที่  อย่างไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้หน่วยทหารในพื้นที่ สนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้ทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือต่อไป.