fbpx

ตำรวจภาค 5 แถลงผลระดมกวาดล้างอาชญากรรม 7 วัน จับกุมเพียบ 873 คน

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลงานระดมกวาดล้างอาชญากรรม 7 วัน ระหว่างวันที่ 6 – 12 สิงหาคม 63 เน้นคดีอาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด และคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์   ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านสะดวกซื้อ คดีเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศ และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ได้ผู้ต้องหาและของกลางเพียบ

เมื่อ 10.00 น.วันที่ 13 สิงหาคม 63 พลตำรวจโท ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นประธานในการแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม  โดยมีเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมแถลง โดยเป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศดำเนินการ  หลังการก่ออาชญากรรมของคนร้าย พบว่าส่วนใหญ่   เป็นคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์  ลักทรัพย์ โดยผู้ก่อเหตุมีการใช้อาวุธปืนในการ   ก่อเหตุ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน  โดยได้สั่งการให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 8 จังหวัด 159 สถานีตำรวจ   ดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรมกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ โดยเน้นเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ อาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด และคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์  (ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านสะดวกซื้อ) คดีเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศ และการป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ฯลฯ

ผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม  สามารถจับกุมการกระทำความผิด จำนวน 865 ราย  ผู้ต้องหา จำนวน 873 คน  แยกเป็นคดีอาญา จับกุม 11  ราย     ผู้ต้องหา จำนวน 23 คน  จับกุมคดีค้างเก่า 45  ราย     ผู้ต้องหา จำนวน     45 คน  คดียาเสพติด จับกุม 746 ราย ผู้ต้องหา จำนวน   747 คน ของกลางยาบ้า 4,146,257.63 เม็ด คดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด จับกุม 63 ราย  ผู้ต้องหาจำนวน 58 คน ของกลางอาวุธปืน 84 กระบอก กระสุนปืน   189   นัด

สำหรับผลการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้มีการดำเนินกับผู้ขับขี่และผู้สนับสนุนซึ่งเป็น บิดา มารดา หรือ ผู้ปกครอง โดยว่ากล่าวตักเตือนและทำทัณฑ์บน จำนวน   180 ราย ส่วนร้านขายหรือดัดแปลงรถ อุปกรณ์จักรยานยนต์  ได้เข้าตรวจค้น ประชาสัมพันธ์  จำนวน 1,673 ครั้งและดำเนินคดีจำนวน 6 ร้าน ตรวจยึดท่อไอเสีย จำนวน 71 ชิ้น  ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 603 คัน  จัดทำประวัติผู้กระทำความผิดและผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะแข่งรถในทาง 116 ราย.