กองทัพอากาศแจงแล้ว กรณีสั่งปิดสนามกอล์ฟสตาร์โดม ด้านพนักงานยังช็อค - onlinenewscm

กองทัพอากาศแจงแล้ว กรณีสั่งปิดสนามกอล์ฟสตาร์โดม ด้านพนักงานยังช็อค

จากกรณีเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 63 ดร.พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ ผู้บริหารสนามกอล์ฟสตาร์โดม พร้อมฝ่ายงานทั่วไป  ได้จัดให้มีการประชุมพนักงาน และเตรียมการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีที่ทางทหารกองบิน 41 ได้ขึ้นป้าย ประกาศแจ้งเจ้าของผู้รับสัมปทานบริหารสนามกอล์ฟฯ  ให้ยุติกิจการ และขอให้ออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 63  โดยจะปิดพื้นที่อย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่ 1 สิงหาคม 63 เป็นต้นไป กองบิน 41 สงวนสิทธิ์ไม่มีความกี่ยวข้องกับการดำเนินการ หรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ระหว่างผู้ประกอบการพนักงาน ลูกจ้างหรือลูกค้าที่มีต่อ เดอะสตาร์โดม และสนามฝึกข้อมกอล์ฟพิมานทิพย์ ทั้งสิ้น  ทำให้พนักงานสนามกอล์ฟช็อคไปตามๆกัน เพราะเสี่ยงตกงานโดยไม่รู้ตัว

ข่าวความคืบหน้า เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 1 สิงหาคม 63 ที่บริเวณประตูทางเข้าสนามกอล์ฟสตาร์โดม ปรากฎว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารนำโซ่มาคล้องล็อคกุญแจแน่นหนา ไม่ให้ทั้งคนนอกและคนในเข้าออกพื้นที่อย่างเด็ดขาด มีการนำเอารั้วหนามของทหาร มาปิดกั้นอีก 1 ชั้น พร้อมกันนี้ได้นำป้ายมาติดประกาศห้ามเข้า  ขณะเดียวกันทางด้าน นายนภดล สิทธิตัน กรรมการผู้จัดการทั่วไปของสนามกอล์ฟสตาร์โดม ได้มาทำงานปกติ พร้อมด้วยพนักงานทั้งเจ้าหน้าที่และแคดดี้อีกหลายคน มารอเต็มหน้าทางเข้าสนามฯ ด้วยความกังวล  บางคนถึงกับอดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวพากันร้องไห้เสียใจ

ขณะเดียวกันทางนายนภดล ก็ได้กล่าวให้กำลังใจกับทางพนักงานรวมทั้งแคดดี้ว่าไม่ต้องห่วงเพราะจะต้องดำเนินการกันต่อไป พนักงานทุกคนจะต้องได้ทำงานต่อขอไม่ให้ทุกคนกังวลใจ ซึ่งเรื่องนี้ทราบว่าทางผู้บริหารอยู่ระหว่างดำเนินการตามสิทธิอันชอบธรรม ที่อันพึงจะได้รับสิทธินั้นอยู่ ให้รอฟังข่าวความคืบหน้าต่อไป หลังจากนั้นทางพนักงานได้แยกกย้ายกันกลับ

ล่าสุด พลอากาศโท พงษ์ศักดิ์  เสมาชัย รองเสนาธิการทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยถึงกรณีการยุติการจ้างบริหารกิจการสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ กองบิน 51 หรือที่รู้จักในนาม “สนามกอล์ฟพิมานทิพย์” หรือ “สนามกอล์ฟสตาร์โดม” ซึ่งเป็นกิจการสวัสดิการของราชการ ภายใต้การกำกับดูแลของกองบิน 41 จังหวัด เชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย ส่งเสริมสุขภาพ และเป็นสวัสดิการด้านกีฬาและนันทนาการให้กับข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการและครอบครัวเป็นหลัก  โดยหากมีรายได้เกิดขึ้น ก็จะนำมาใช้ในการจัดสวัสดิการให้แก่กำลังพล และครอบครัว ของกองบิน 41 อาทิ ทุนการศึกษา หรือการสนับสนุนด้านกีฬาต่าง ๆ  สำหรับการดำเนินการที่ผ่านมา ได้มีการว่าจ้างคณะบุคคลเพื่อมาบริหารกิจการ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ คือ “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ.2547 “ภายใต้การกำกับดูแลของคณะอนุกรรมการสวัสดิการ กองบิน 41 โดยทำสัญญาจ้างบริหารกิจการ คราวละ 3  ปี ซึ่งผู้รับจ้างเป็นเอกชนรายเดิมต่อเนื่อง 4 สัญญา สัญญาล่าสุดคือปี 2560 – 2563 การดำเนินการตามสัญญา เป็นไปตามความยินยอมของทั้งสองฝ่าย และมีการปฏิบัติด้วยดีต่อกันเสมอมา

ทั้งนี้ ทางคณะอนุกรรมการสวัสดิการ กองบิน 41 ต้องการให้มีการทบทวนและปรับปรุงสัญญา เนื่องจากเห็นว่าการดำเนินงานของสนามกอล์ฟ มีแนวโน้มการบริหารในรูปแบบที่มีบุคคลภายนอกมาใช้บริการค่อนข้างมาก อาจจะทำให้เข้าข่ายเป็นการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจ ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการจัดสวัสดิการภายในของกองทัพอากาศ ที่ต้องการให้เป็นสวัสดิการ และสถานที่ออกกำลังกายสำหรับกำลังพลและครอบครัวของกองทัพอากาศเป็นหลัก โดยได้มีการเจรจากับทางคู่สัญญามาเป็นระยะ เมื่อครบกำหนดสัญญา เมื่อ 30 เมษายน 63 และมิได้มีการดำเนินการใดๆ ตามข้อเจรจาในการต่อสัญญา ทางคณะอนุกรรมการสวัสดิการ กองบิน 41 จึงพิจารณาที่จะเข้าบริหารกิจการเอง  ทั้งนี้ได้อนุโลมให้ผู้รับจ้างเตรียมการยุติใช้พื้นที่ตั้งแต่ เดือน พฤษภาคม – กรกฎาคม 63 ซึ่งขณะนี้ถึงกำหนดเวลาตามที่ได้อนุโลมไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในการเข้าบริหารกิจการสนามกอล์ฟนี้ ทางคณะอนุกรรมการสวัสดิ กองบิน 41 พร้อมดูแลจ้างงาน พนักงานของผู้รับจ้างรายเดิม ทั้งพนักงานในส่วนสำนักงาน และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอื่นๆ แต่เพื่อความเรียบร้อยและเหมาะสมต่อการใช้พื้นที่ ทางคณะอนุกรรมการสวัสดิการ กองบิน 41 มีความจำเป็นต้องปิดพื้นที่ชั่วคราวเพื่อพัฒนาให้มีความพร้อม รองรับการดำเนินการด้านสวัสดิการต่อไป.

ใส่ความเห็น