fbpx

รวบแก๊งสกิมเมอร์อดีตวิศวะคอมฯ ชาวอินเดีย คาโรงแรมเชียงใหม่ โคลนนิ่งบัตรและรูดเงินเหยื่อ

ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตำรวจภูธร ภาค 5  สืบสวนจับกุมหนุ่มชายอินเดียแก๊งสกิมเมอร์คาโรงแรมในเชียงใหม่ หลังพกอุปกรณ์โคลนนิ่งบัตรและรูดเงินผู้เสียหาย ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ

เมื่อ 29 มิถุนายน 63 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อม พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกันสอบปากคำเพิ่มเติม หลังเจ้าหน้าที่จับกุมตัว นายมูฮาหมัด อาซิค บูดีนซ่าราวเตอร์ อายุ 36 ปี ที่อยู่ 75 ซอยสารภี 2 ถนนอิสรภาพ แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพฯ  เป็นอดีตวิศวคอมพิวเตอร์ จากมหาลัยในประเทศอินเดีย ได้ที่ห้อง 310 โรงแรมไลฟ์แกรนด์เชียงใหม่ ย่าน ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เครื่องคัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ 1 เครื่อง เครื่องรูดบัตร 1 เครื่อง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 7 ใบ และใบเสร็จธุรกรรมการเงิน  โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอีเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับ หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมขึ้นหรือแปลงขึ้น”

               ก่อนหน้าการจับกุมตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีชายต้องสงสัยคล้านคนต่างชาติ มาขอใช้งานเครื่องรูดบัตรอีเล็กทรอนิกส์ โดยเสนอค่าตอบแทนในการรูดบัตรเป็นเงินจำนวนมาก โดยเชื่อว่าจะเป็นแก๊งสกิมเมอร์ชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่สืบสวนติดตามจนพบว่าชายคนดังกล่าวพักอยู่โรงแรมแห่งหนึ่ง และได้ขนสิ่งของคล้ายเครื่องมืออีเล็กทรอนิกส์เข้าไปในห้อง โดยมักจะซื้อข้าวไปทานในห้องและไม่ออกไปไหน ซึ่งผิดวิสัยของนักท่องเที่ยว ต่อมาเมื่อ 27 มิถุนายน 63 จึงประสารเจ้าหน้าที่โรงแรมดังกล่าวเข้าตรวจสอบในห้องพัก และพบตัว นายมูฮาหมัด อาซิค บูดีนซ่าราวเตอร์ พร้อมอุปกรณือีเล็กทรอนิกส์ของกลางวางอยู่ในห้อง และกำลังโคลนนิ่งบัตรและรูดเงินออกจากบัตร จึงควบคุมตัวพร้อมกับของกลางนำตัวไปสอบสวน

               นายมูฮาหมัด อาซิค บูดีนซ่าราวเตอร์ สารภาพว่า ตนได้รับการชักชวนจากนายอ้วน ไม่ทราบชื่อจริง ให้มาทำงานที่เชียงใหม่ เกี่ยวกับการรูดบัตรที่ถูกสกิมเมอร์ โดยจะได้ค่าตอบแทน 45 เปอร์เซ็นต์ จากเงินที่สามารถรูดบัตรได้  โดยจะมีชายชาวอินเดียชื่อ Mr.Sriva Reeddy จะส่งข้อมูลอีเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น เป็นควเลขหรือตัวอักษรพร้อมสัญลักษณ์ จำนวน 36 หลักมาให้ ผ่านทาง What’s app จากนั้นจะคัดลอกหมายเลขโคลนนิ่งไปยังบัตรที่เตรียมไว้ ต่อมาจะนำบัตรที่ปลอมได้ไปรูดกับเครื่องรูดบัตรเครดิต เมื่อทำรายการเสร็จจะส่งบิลทำรายการให้เพื่อนร่วมขบวนการชาวไทย เมื่อเงินเข้าจะได้ค่าตอบแทน 45% จากยอดเงินจะโอนค่าส่วนแบ่งมาให้ ซึ่งตนจะส่งให้กับ Mr.Sriva Reeddy ชาวอินเดียในรูปแบบของบิทคอย จำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 5 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นค่าทำงานของตน ซึ่งยังไม่ได้ค่าตอบแทนแต่อย่างใด ทั้งนี้ตั้งแต่เดินทางเข้ามาในเชียงใหม่เมื่อ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้ทำการรูดเงินออกจากบัตรแล้ว 60 รายการ ได้ยอดรวม 364,900 บาท ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกันและแคนาดา.

ใส่ความเห็น