AIS
AIS

20 กุมภาพันธ์, 2020

Online News Chiangmai : สื่อทางเลือกใหม่ ครอบคลุมทุกมิติ
Header ad
Header ad

(Part 2) บินลัดฟ้ากับบางกอกแอร์เวย์ส สัมผัสอารยธรรมราชธานีสุดท้าย และอดีตเมืองหลวงเมียนมา

19

(Part 2)  และแล้วก็ถึงเวลาไปเยือน 1 ใน 5 มหาบูชาสถาน และเป็นรูปแบบศิลปะอย่างแท้จริงของพม่า คือ เจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Pagoda) ตั้งตระหง่านโดดเด่น สีทองอร่ามตา เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระเขี้ยวแก้ว สร้างโดยกษัตริย์อโนรธา (King Anawrahta)  สูงถึง 160 เมตร ในอดีตเป็นเจดีย์ที่มีความสำคัญต่อชาวพม่ามาก เพราะใช้เป็นสัญลักษณ์การแสดงตนเป็นพุทธมามกะตั้งแต่โบราณ มีสิ่งที่น่าสนใจคือภาพประวัติพุทธชาดกของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏบริเวณผนัง

20

เจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Pagoda)

9 (1 of 1)

วัดอนันดา (Ananda Temple)

จากนั้นไปต่อกันที่ วัดอนันดา (Ananda Temple) เจดีย์วัดนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเพชรเม็ดงามแห่งสถาปัตยกรรมพุกาม มีตัววิหารเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสใหญ่โตสวยงาม ด้านในมีพระพุทธรูปยืนที่แกะสลักด้วยไม้สักประดิษฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศ จากนั้นเมื่อออก   ไปบริเวณด้านหน้าวัดก็จะมีรถม้าหลายคันที่มารอรับ เพื่อเดินทางไปชมพระอาทิตย์ตกดิน ยังสถานที่ไฮไลท์อีกแห่งของพุกาม คือ เจดีย์ชเวซานดอร์ (Shwesandaw Pagoda) ทะเลเจดีย์ที่มีกว่า 4,000 กว่าเจดีย์ ที่ปัจจุบันเหลือเพียง 2.400 เจดีย์  ซึ่งเราเคยเห็นเพียงในภาพ สุดจะตื่นเต้นเมื่อจะเห็นของจริงในครั้งนี้ ตลอดทางรถม้าค่อยๆวิ่งไปตามถนนที่ฝุ่นคลุ้ง ผ่านเจดีย์น้อยใหญ่มากมาย มุ่งสู่บริเวณเจดีย์ 1 ใน 2 ที่ทางการพม่าอนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปด้านบนเพื่อถ่ายรูปได้  บริเวณนั้นมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนท้องถิ่นจากเมืองอื่น ขึ้นไปรอชมพระอาทิตย์ตกดินกันเป็นจำนวนมาก เราต้องค่อยๆปีนขึ้นไปตามบันไดที่สูงชันจนได้ที่ เพื่อหาที่ตั้งขากล้องไว้เก็บภาพ กว่าจะหาพื้นที่ได้ต้องใช้เวลาพอสมควร  จากนั้นดวงอาทิตย์ค่อยๆ มีสีแดงอ่อนๆในยามเย็น ลดระดับลงต่ำลงเรื่อยๆ ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นทะเลเจดีย์ทั้งใกล้และไกลอย่างสวยงาม วินาทีนั้นต้องรีบกดชัตเตอร์รัวๆ สลับกับภาพวีดีโอ เพื่อเก็บภาพไว้ให้มากที่สุดในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อนำมาฝากกัน ก่อนที่ราตรีใหม่จะมาเยือนอีกครั้ง และเข้าพักผ่อน ณ โรงแรม Su Tien San Palace ซึ่งอยู่ใกล้เจดีย์เก่าแก่เหล่านี้

19

ทะเลเจดีย์ ชเวซานดอร์ (Shwesandaw Pagoda)

18

ทิวทัศน์เจดย์ยามเช้า บริเวณหน้าโรงแรม Su Tien San Palace

รุ่งขึ้นดูโปรแกรมแล้วไม่ธรรมดา เริ่มตั้งแต่ 07.45 น.เรานั่งเครื่องบินภายในประเทศจากสนามบินพุกาม มุ่งสู่เมืองมัณฑะเลย์  ใช้เวลาเพียง20 นาที อ๊ะ! แป๊บเดียวจริงๆ (แอบบ่นเล็กๆ เมื่อวานนี้นั่งรถมาตั้ง 5 ชั่วโมง) ได้แวะไปเยือนโรงงานทอผ้าและร้านชื่อดังของเมืองนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปชมกันมาก สาวๆวัยรุ่นพม่าปะพรมหน้าตาด้วยทานาคากันทุกนาง ช่วยกันทอผ้าขึ้นชื่อโดยเฉพาะลวดลายเกลียวคลื่นและลายอื่นๆ โดยใช้วิธีการทอแบบดั้งเดิม ต้องใช้กระจกส่องข้างล่างเวลาจะดูลวดลาย ภายในร้านก็จะมีสินค้าผ้าพื้นเมืองมากมายให้เลือกซื้อ โดยติดราคาเป็นดอลล่าร์สหรัฐ เดินทางกันต่อเพื่อไปยัง วัดมหากันดายง ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมที่ใหญ่ที่สุดในพม่า บรรยากาศร่วมรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ โดยช่วงที่เราไปเป็นเวลาที่พระสงฆ์และสามเณรจำนวนมาก เข้าแถวเตรียมบิณฑบาทหลายร้อยรูป เป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก ก่อนที่จะถึงเวลานั่งรวมกันเป็นแถวยาวเพื่อฉันท์เพล

2 3

นั่งรถบัสไม่นานก็ถึง สะพานไม้อูเบ็ง (U-Ben) ซึ่งเป็นสะพานไม้ยาวที่สุดในโลก สร้างโดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในอดีต ชื่อว่าเสาอู โดยเสาสะพานไม้ใช้ไม้สักกว่า 1,280 ต้น มีอายุกว่า 200 ปี ตั้งอยู่ริมทะเลสาบบรรยากาศดี นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นก็เดินกันขวักไขว่บนสะพานดูเพลินตา

13 (1 of 1)

สะพานไม้อูเบ็ง (U-Ben)

ถึงเที่ยงท้องร้องอีกแล้ว มื้อนี้แวะที่ Sagaing Hill Restaurant ในเมืองสกายน์ หรือสะแกง (Sagaing) เมืองที่ต้องข้ามแม่น้ำอิรวดี เป็นเมืองที่อยู่บนเชิงเขาฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ ห่างจากมัณฑะเลย์ไปทางทิศใต้ 10 กิโลเมตร เวลาเดินทางไปถ้ามองจากสะพานข้ามเห็นแต่เจดีย์บนเขาจำนวนมาก หลังอิ่มหนำสำราญอาหารพม่าอีกมื้อ เรามีโอกาสไปชมวิวสูงของเมืองนี้บนวัดที่ยอดเขาอีกด้วย

หลังออกจากเมืองนี้ ก็ได้เวลาที่จะลงเรือ ยังคุยเล่นๆกับเพื่อนร่วมทริปว่า มาพม่าครั้งนี้สุดคุ้มเพราะนั่งทั้งเครื่องบิน รถยนต์ รถม้า วันนี้จะไปลงเรือทวนแม่น้ำอิรวดี  เพื่อจะไปเมือง มิงกุน (Min Gun) ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 1 ชั่วโมง บรรยากาศรอบข้าง นานๆทีจะมีเรือหาปลาชาวบ้านและเรือท่องเที่ยวแล่นสวนกันสักลำหนึ่ง เราจะไปชม 4 สิ่งที่ยิ่งใหญ่ของเมืองนี้

14 (1 of 1) 15 (1 of 1)

เมื่อเรือเทียบท่า ทางเดินเข้าจะเห็นบั้นท้ายสิงโตคู่ ขนาดใหญ่มาก เป็นหลักฐานที่หลงเหลืออยู่หลังจากที่พระเจ้าปุดง ได้สร้าง เจดีย์เซตตอยา ซึ่งพระเจ้าปดุงโปรดฯให้สร้างครอบรอยพระพุทธบาทจำหลังบนหินอ่อน แต่เหลือเพียงซากเท่านั้น เจดีย์พญาเธียรดาน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2359 เพื่อให้เปรียบเหมือนเจดีย์จุฬามณี ที่ตั้งอยู่เหนือเขาพระสุเมร ตามความเชื่อทางศาสนาที่ว่าคือแกนกลางของจักรวาล เจดีย์องค์นี้ยังถูกขนานนามว่า ทัชมาฮาลแห่งพม่า เนื่องจากถูกสร้างให้เจดีย์ทีเป็นสักขีพยานรักของราชชินีกุลอังวะ ที่มีต่อพระมเหสีนั่นเอง

16 (1 of 1) 17 (1 of 1)

IMG_1466-1

ระฆังมิงกุน

ระฆังมิงกุน ที่สร้างขนาดใหญ่โต ขนาดเส้นรอบวง 10 เมตร สูง 3.70 เมตร น้ำหนัก 87 ตัน ถือว่าเป็นระฆังใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากพระราชวังในพรราชวังเคลมลิน ในกรุงมอสโค ซึ่งปัจจุบันแตกร้าวไปแล้ว แต่ระฆังมิงกุนยังใช้ได้ ตีแล้วเสียงก้องกังวาน สิ่งยิ่งใหญ่สุดท้าย คือ เจดีย์มิงกุน ที่มีขนาดใหญ่โตมาก แต่มีแค่ฐานขนาดใหญ่ เนื่องจากพระเจ้าปุดงเชื่อในคำทำนายว่าหากสร้างเจดีย์นี้เสร็จจะเกิดความแตกแยกในเมืองนี้จึงยุติการสร้างเพียงเท่านั้น (อ่านต่อ Part 3)

About The Author

นพนิวัตร์ ไกรฤกษ์ : นักข่าวผู้คร่ำหวอดในวงการน้ำหมึกมายาวนาน ผ่านงานด้านข่าวมาแล้วเกือบทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นงานด้านหนังสือพิมพ์, แมกกาซีน, แทบลอยด์, วิทยุ และ รายการโทรทัศน์ สามารถติดต่อได้ที่ nopniwat@gmail.com onlinenewscm@gmail.com

Related posts

Leave a Reply